สินเชื่อกลุ่มค้าขาย ช่วยคนได้รับผลกระทบ 50,000 บาท

31 สิงหาคม นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จะเริ่มเปิดลงทะเบียนวันแรกวันที่ 5 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2565

โดยสามารถลงทะเบียนได้ผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียน 7 หน่วยงาน ได้แก่ สาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ สังกัดกรมบัญชีกลาง ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต และศาลาว่าการเมืองพัทยา เมืองพัทยา หรือสามารถลงทะเบียนผ่านทาง https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th สำหรับการลงทะเบียนโครงการฯ ปี 2565 ในครั้งนี้จะเป็นการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ดังนั้น ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในปัจจุบันและผู้ที่ไม่เคยมีบัตรฯ จะต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน

สำหรับผู้ที่ต้องการจะลงทะเบียนสามารถเลือกที่จะลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ หรือลงทะเบียนผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์
1.การลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ดำเนินการได้ ดังนี้

1.1. กรณีผู้ลงทะเบียนเป็นคนโสดหรือไม่มีครอบครัว สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์โดยไม่ต้องนำเอกสารไปยื่นที่หน่วยงานรับลงทะเบียน ทั้งนี้ การกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มในเว็บไซต์จะต้องใช้ข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนในการกรอกข้อมูล และข้อมูลอื่นๆ ที่กำหนด เมื่อลงทะเบียนตามขั้นตอนเสร็จสมบูรณ์แล้วระบบจะแสดงข้อความว่า “กระทรวงการคลังได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านครบถ้วนแล้ว” ขอให้ผู้ลงทะเบียนเข้ามาตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน ผ่านเว็บไซด์อีกครั้ง โดยกดปุ่ม “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน” ซึ่งจะทราบผลการลงทะเบียนในวันศุกร์ของสัปดาห์ถัดไป

1.2. กรณีผู้ลงทะเบียนที่มีครอบครัว สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ได้เช่นเดียวกัน แต่เมื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เสร็จสมบูรณ์แล้วจะต้องพิมพ์แบบฟอร์มลงทะเบียนที่มีข้อมูลครบถ้วนแล้ว พร้อมทั้งลงลายมือชื่อในเอกสารให้ครบถ้วนทั้งผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัว เพื่อนำไปยื่น ณ หน่วยงานรับลงทะเบียน ซึ่งจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ลงทะเบียน รวมถึงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสและบุตรพร้อมลงลายมือชื่อในกรณีที่คู่สมรสและบุตรไม่ได้เดินทางมาแสดงตัวที่หน่วยงานรับลงทะเบียน

อย่างไรก็ดี หากคู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียนเดินทางมาแสดงตัว ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนพร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนก็จะไม่จำเป็นต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียน

ลงทะเบียนผ่านหน่วยงาน
2.กรณีที่ผู้ลงทะเบียนสะดวกลงทะเบียนผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ผู้ลงทะเบียนจะต้องกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อในเอกสารให้ครบถ้วนทั้งผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัว เพื่อนำไปยื่น ณ หน่วยงานรับลงทะเบียน ซึ่งจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ลงทะเบียน รวมถึงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสและบุตรพร้อมลงลายมือชื่อในกรณีที่คู่สมรสและบุตรไม่ได้เดินทางมาแสดงตัวที่หน่วยงานรับลงทะเบียน อย่างไรก็ดี หากคู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียนเดินทางมาแสดงตัว ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนพร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนก็จะไม่จำเป็นต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียน

กรณีผู้ลงทะเบียนไม่สะดวกในการเดินทาง
3.กรณีผู้ลงทะเบียนเป็นผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาลงทะเบียนแทนได้ ทั้งนี้ แบบฟอร์มการลงทะเบียนและหนังสือมอบอำนาจสามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของโครงการฯ

นายพรชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้สนใจที่จะลงทะเบียนโครงการฯ สามารถศึกษาข้อมูลเช่น คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน ระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ ช่องทางการลงทะเบียน เป็นต้น เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

การเปิดรับลงทะเบียนในครั้งนี้จะจัดให้มีผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนตามจุดรับลงทะเบียน โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ หรือพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อความคุ้นเคยกับผู้ลงทะเบียนและสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ กระทรวงการคลังมีความร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการขอความอนุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ในการลงทะเบียน

นอกจากนี้ ผู้ที่มีบัตรฯ ในปัจจุบัน ช่วงเวลาที่มีการเปิดรับลงทะเบียนยังคงได้รับสวัสดิการอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการประกาศให้เริ่มใช้สวัสดิการสำหรับผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ รวมถึงขยายเวลาการหมดอายุบนหน้าบัตรฯ ออกไปด้วยเช่นเดียวกัน

ดังนั้น ผู้ที่มีบัตรฯ ในปัจจุบัน จะยังคงได้รับสวัสดิการเหมือนเดิม และสามารถใช้สิทธิได้เหมือนเดิมทุกประการ จนกว่าจะมีการประกาศให้เริ่มใช้สวัสดิการสำหรับผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง

ธนาคารไทยเครดิต นับว่าเป็นอีกหนึ่งธนาคารที่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชน เป็นธนาคารทางด้านสินเชื่อเงินกู้ และวันนี้ทางธนาคารไทยเครดิต จะมาแนะนำสินเชื่อ เงินให้กู้ยืม แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ CV-19 ซึ่งหลายคนกำลังมองหาเงินกู้ ทางธนาคารไทยเครดิต สินเชื่อสำหรับทุกท่าน ให้วงเงินสูงถึง 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยของผู้กู้ โดยรายละเอียดของสินเชื่อ มีดังนี้

จุดเด่นของสินเชื่อ
วงเงินให้กู้ยืมสูงสุด 200,000 บาท หรือไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน
ชำระคืนเริ่มต้นขั้นต่ำ เพียงเดือนละ 500 บาท
รีไฟแนนซ์ ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด ก็สามารถรวมหนี้ไว้ที่เดียวจบครบทุกภาระ
จ่ายดอกเบี้ยน้อยลง ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ลดอัตราการผ่อนชำระต่อเดือน
ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ หรือ บุคคลค้ำประกัน

เอกสารประกอบการกู้
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
สลีปเงินเดือน เดือนล่าสุด 1 เดือน หรือ หนังสือรับรองรายได้ที่ชัดเจน
สำเนาบัญชีเงินฝาก ย้อนหลัง 4 เดือนล่าสุด (ธนาคารใดก็ได้)

 

คุณสมบัติผู้กู้
เป็นบุคคลธรรมดา
มีสัญสัญชาติไทย
มีอายุระหว่าง 20 – 65 ปี
เป็นพนักงานบริษัท / พนักงานรัฐวิสาหกิจ / ผู้ประกอบกิจการ

 

ผู้ที่สนใจสินเชื่อเงินให้กู้ยืม จากธนาคารไทยเครดิต สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของธนาคาร www.tcrbank.com หรือติดต่อได้ที่ ธนาคารไทยเครดิต ทุกสาขา ใกล้บ้านท่าน ทั่วประเทศ

Facebook Comments Box