Happy life ลงทะเบียนได้เลย วงเงิน 200,000 บาท ผ่อนสบายไม่ต้องค้ำ

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดรับ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 (โครงการฯ) ปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 5 – 23 กันยายน 2565 ณ เวลา 15.00 น. มีประชาชนลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 17,364,073 ราย โดยเป็น

ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ 9,536,201 ราย
ลงทะเบียนผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียน 7,827,872 ราย
เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2565 เป็นการประกาศผล “สถานะการลงทะเบียน” ข้อมูลผู้ที่ลงทะเบียนในระหว่างวันที่ 9 – 15 กันยายน 2565 พบว่า ผู้ที่ลงทะเบียนที่มีสถานะแสดงข้อความว่า

– “กระทรวงการคลังได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านครบถ้วนแล้ว” มีจำนวนทั้งสิ้น 5,157,451 ราย

– เมื่อตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครองแล้วพบว่า มีผู้ผ่านการตรวจสอบข้อมูล กับกรมการปกครองจำนวนทั้งสิ้น 4,531,982 ราย โดยผู้ลงทะเบียนกลุ่มดังกล่าวตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนจะพบข้อความว่า “สถานะการลงทะเบียนสมบูรณ์” ให้ผู้ลงทะเบียนรอผลการตรวจสอบคุณสมบัติ โดยจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติในช่วงเดือนมกราคม 2566

– ผู้ลงทะเบียนอีก 625,469 ราย ที่พบข้อความว่า “สถานะการลงทะเบียนไม่สมบูรณ์”

 

กรณี ตรวจสอบสถานะ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ลงทะเบียนบัตรคนจน ระหว่างวันที่ 5 – 8 กันยายน 2565 แล้วขึ้นข้อความว่า “สถานะการลงทะเบียนไม่สมบูรณ์” และได้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลแล้วตั้งแต่วันที่ 16 –22 กันยายน 2565 สามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ในวันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565 เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ (คลิก) หรือ (คลิก) หรือให้หน่วยงานรับลงทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ

โดยกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และวัน เดือน ปีเกิด ดังภาพนี้

 

ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 แก้ไขข้อมูลแล้ว ตรวจสอบสถานะ ได้ตั้งแต่ 30 ก.ย.

ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนที่มี “สถานะการลงทะเบียนไม่สมบูรณ์” สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานเขต หากพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้องขอให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง หรือหากพบว่าข้อมูลที่ลงทะเบียนไม่ตรงกับข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เช่น จำนวนบุตรที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มีจำนวนมากกว่าข้อมูลบุตรที่ลงทะเบียนไว้

กรณีดังกล่าว หากเป็นผู้ที่ลงทะเบียนที่หน่วยงานรับลงทะเบียนจะต้องติดต่อขอแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนที่ผู้ลงทะเบียนได้ยื่นแบบฟอร์มลงทะเบียนไว้เท่านั้น

ส่วน ผู้ที่ลงทะเบียนด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ สามารถติดต่อขอแก้ไขข้อมูลที่หน่วยงานรับลงทะเบียนใดก็ได้ โดยจะต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน 2565

ตารางการประกาศผลและติดตามสถานะ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ลงทะเบียนบัตรคนจน

ลงทะเบียนช่วงวันที่ 5-8 กันยายน 2565 ระกาศผล 16 กันยายน 2565
ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 9-15 กันยายน 2565 ประกาศผล 23 กันยายน 2565
ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 16-22 กันยายน 2565 ประกาศผล 30 กันยายน 2565
ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 23-29 กันยายน 2565 ประกาศผล 7 ตุลาคม 2565
ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 6 ตุลาคม 2565 ประกาศผล 14 ตุลาคม 2565
ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 7-13 ตุลาคม 2565 ประกาศผล 21 ตุลาคม 2565
ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 14-19 ตุลาคม 2565 ประกาศผล 28 ตุลาคม 2565
ลงทะเบียนแก้ไขระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2565 ประกาศผล 11 พฤศจิกายน 2565
ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 แก้ไขข้อมูลแล้ว ตรวจสอบสถานะ ได้ตั้งแต่ 30 ก.ย.

ขั้นตอนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง

1.ประชาชนผู้ที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 4

ยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.2565 จนถึงภายในวันที่ 14 ก.ย. 2565 เวลา 22.59 น. หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ
วิธีรับสิทธิ “คนละครึ่งเฟส 5” คนละ 800 บาท
2.ประชาชนที่เคยได้รับสิทธิมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐที่มีการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 2565
3.ประชาชนที่ไม่เคยได้สิทธิ / ไม่เคยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.2565

ย้ำ! ต้องยืนยันสิทธิก่อนวันที่ 1 ก.ย. 2565 และต้องใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายในวันที่ 14 ก.ย. 2565 เวลา 22.59 น. ซึ่งหากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ

ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2565 เป็นต้นไป จะต้องใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 ครั้งแรกผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือข้อความสั้น (SMS) แจ้งยืนยันสิทธิหากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ

 

คุณสมบัติประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการ

1.ประชาชนที่มีสัญชาติไทย

2.มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน

3.มีบัตรประจำตัวประชาชน

4.ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 15 ส.ค. 2565 และไม่เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3

5.ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ และ

6.ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ หรือฝ่าฝืนมาตรการใด ๆ ของรัฐเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19

การยืนยันตัวตน ก่อนการใช้สิทธิครั้งแรก

ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 จะต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)

ยกเว้นผู้ที่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกับธนาคารกรุงไทยฯ หรือผู้ที่มีแอปพลิเคชัน “Krungthai NEXT” ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนกับธนาคารกรุงไทยฯ แล้ว ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่อีก

 

OD Happy life ธนาค ารออมสิ น สินเชื่ อวงเ งินหมุนเวียนของธนาค ารออมสิน

สำหรับเพื่อเป็นค่ าใช้จ่ายอเนกประสงค์ตามความต้องการของผู้กู้

ร ายละเอียดการส มัคร สินเ ชื่อ OD Happy life

คุณสมบัติผู้กู้

เป็นบุคคล ที่มีสัญชาติไทย อาย6ไม่ต่ำกว่า 20 ปี

มีความสามารถในการทำนิติกรร มได้ตามกฏหมาย

เป็นผู้กู้ที่ฝากเงิ นกับธนาค ารอออมสินประเภท สล ากออมสินพิ เศษ

เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ที่ชัดเจน สามารถติดต่อได้สะดวก

เป็นผู้กู้ที่ฝากเงิ นกับธนาค ารออมสินประเภทเผื่อเรียก และบัญชีกระแสร ายวัน

จำนวนวงเ งินให้กู้ยืม

วงเงิ นให้กู้ยืมได้ไม่เกินร้อยละ 95 ของมูลค่ า สล ากออมสินพิเศษ หรือ ไม่เกิน 10,000,000 บ าท

โดยไม่ต้องพิจารณาถึงมูลค่ าสล ากเมื่อถอนคืนก่อนครบกำหนด ไม่ต้องพิจารณาถึงมูลค่ า สล าก เมื่อถอนคืนก่อนครบกำหนด

ทั้งนี้ วงเงิ นกู้ยืมเบิกเงิ นเกินบัญชีของวงเงิ น สินเ ชื่อ OD Happy life

เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 10,000,000 บ าท ของวงเงิ นกู้ยืม

ดอกเบี้ย

เป็นไปตามข้อตกลงของธนาค าร

ระยะเวล าชำระคืน

พิจารณาสิ นเ ชื่อและทบทวนสัญญาทุก 1 ปี

หลักประกัน

เป็นสล ากออมสินพิ เศษของผู้กู้ ซึ่งเป็นของสาขาธาค ารที่ให้กู้เงิ น

ไม่เป็นสล ากออมสิ นชนิดระบุให้ใช้เ งินแก่ผู้ถือสล ากออมสินพิเศษ ยกเว้น มีการโอนเปลี่ยนชนิดสล ากออมสินแล้ว

ไม่เป็นสล ากออมสินพิเศษของผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ นิติบุคคล และบัญชีร่วม

ให้ใช้สล ากออมสินทั้งฉบับหรือหล ายฉบับรวมกัน แต่ต้องมีมูลค่ ารวมกันทั้งหมดไม่น้อยกว่า 10,000 บ าท

ต่อการกู้ยืมสินเชื่ อแต่ละครั้ง

กรณีมูลค่ าสล ากออมสินสูงกว่าจำนวนวงเงิ นให้กู้ ให้ทำการตัดตอนสล ากออมสินให้มีมูลค่ าใกล้เคียง

และคุ้มจำนวนวงเงิ นให้กู้ก่อน โดยการตัดตอนสลากออมสินให้ปฏิบัติตามคำสั่งของธนาค ารออมสิน

เรื่อง การรับฝากประเภทสล ากออมสินพิเศษ

ต้องมอบให้ธนาค ารยึดถือสล ากออมสิน พร้อมทั้งโอนสิ ทธิการถอนไว้ให้ธนา คาร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ธนาค ารออมสินทุกสาขา Call Center โทร 1115

Facebook Comments Box