สินเชื่อธกส. ช่วยสร้างอาชีพให้เลย 100,000 บาท

บุคคลที่มีรายได้เกิน 60,000 บาท/ปี ต้องยื่นภาษีภายในวันที่ 8 เม.ย. นี้
บุคคลธรรมดามีรายได้เท่าไหร่ถึงต้องยื่นภาษี
1. บุคคลธรรมดาและผู้ถึงแก่ความตาย มีเงินได้พึงประเมิน ดังนี้
1.1 เงินเดือนเพียงอย่างเดียว และเป็นคนโสด มีเงินได้ตั้งแต่ 120,000 บาทต่อปี
1.2 เงินเดือนเพียงอย่างเดียว มีคู่สมรถ มีเงินได้ตั้งแต่ 240,000 บาทต่อปี
1.3 เงินได้ประเภทอื่น และเป็นคนโสด มีเงินได้ตั้งแต่ 60,000 บาทต่อปี
1.4 เงินได้ประเภทอื่น มีคู่สมรถ มีเงินได้ตั้งแต่ 120,000 บาทต่อปี
2. ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล มีเงินได้พึงประเมินเกิน 60,000 บาท
3. กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง มีเงินได้พึงประเมินเกิน 60,000 บาท
ใครมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา?
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่ ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีที่ผ่านมาโดยมีสถานะ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
1) บุคคลธรรมดา
2) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
3) ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี
4) กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
5) วิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล

กรมสรรพากรได้เปิดให้คนไทยผู้มีรายได้ทยอยยื่นแบบฯภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในรอบปีภาษี 2564 ที่รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาการยื่นแบบฯ มาเป็น ยื่นภาษี 2565 แทนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2565 กรณีไปยื่นที่สำนักงานสรรพากร ส่วนการยื่นแบบออนไลน์จะสิ้นสุดวันที่ 8 เมษายน 2565

 

1. มีค่าใช้จ่ายที่นำมาลดหย่อนภาษีได้

แม้การยื่นภาษีจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยยื่นภาษี หรือยื่นภาษ๊ในครั้งแรกแล้ว อาจจะลืมไปหรือนึกไม่ถึงว่า มีค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมา ลดหย่อนภาษีได้ นอกเหนือจากค่าลดหย่อนพื้นฐาน อาทิ ลดหย่อนภาษีส่วนตัว ที่จะลดหย่อนได้ 60,000 บาททันที , ลดหย่อนภาษีคู่สมรสลดหย่อนได้ 60,000 บาท โดยต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และคู่สมรสต้องไม่มีรายได้ , ลดหย่อนภาษีบุตร ที่ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท เฉพาะบุตรอายุไม่เกิน 20 ปี หรือไม่เกิน 25 ปีและกำลังเรียนอยู่ แต่ในกรณีลูกคนที่ 2 ขึ้นไป และเกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป จะลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท , ลดหย่อนภาษีบิดามารดา ได้คนละ 30,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท โดยใช้สิทธิ์ซ้ำระหว่างพี่น้องไม่ได้ เป็นต้น

ซึ่งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เราสามารถเตรียมพร้อมหรือวางแผนนำไปลดหย่อนภาษีได้ ก็ได้แก่

ซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพ เบี้ยประกันชีวิตยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีรวมกับเบี้ยประกันสุขภาพได้สูงสุดถึง 100,000 บาท และลดหย่อนภาษีจากประกันชีวิตแบบบำนาญอีกสูงสุด 200,000 บาท
ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF หรือสมทบทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในบริษัทที่ทำงานอยู่ นอกจากจะเป็นเงินเก็บที่มีโอกาสได้กำไรแล้ว ยังใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 500,000 บาท (เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ)
ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) เป็นกองทุนที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งจะมาแทนกองทุน LTF โดยกองทุน SSF ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30% ของรายได้รวมทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ)
ช้อปดีมีคืน โครงการช้อปดีมีคืนจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565-15 กุมภาพันธ์ 2565 (สามารถนำไปลดหย่อนภาษีในปี 2565 ได้ หรือรอบปีภาษีถัดไป) จะมอบสิทธิให้กับประชาชนที่ซื้อสินค้าหรือบริการ (ที่เข้าร่วมเงื่อนไข) แล้วสามารถนำวงเงินค่าใช้จ่ายไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ (ตามจำนวนที่จ่ายจริง) แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
ซื้อบ้านและคอนโด โดยดอกเบี้ยในการผ่อนบ้าน-คอนโดที่เสียทั้งปี สามารถลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดถึง 100,000 บาท

6 ข้อควรรู้ ยื่นภาษี 2565 พร้อมวิธีตรวจสอบสิทธิลดหย่อนด้วยตนเอง

 


2.กรณีมีคู่สมรส และมีบุตร สามารถแบ่งค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนได้

เปิดวิธี “ยื่นภาษี 2564” ออนไลน์ ด้วยตนเอง มีขั้นตอนอย่างไร-ยื่นได้ถึงเมื่อไหร่
เช็กก่อน! มนุษย์เงินเดือน รายได้เท่าไหร่ไม่ต้องเสีย ภาษี ??
เช็กเลย! ภาษี ภ.ง.ด.1ก-ภ.ง.ด.2ก-ภ.ง.ด.3ก ผ่าน New E-Filing ใครยื่นแบบไหน?
ในที่นี้ กรณีแยกยื่น หมายความว่า สามีภรรยาควรตกลงกันก่อนว่าจะนำค่าใช้จ่ายอะไรบ้างไปใช้ลดหย่อน เพราะหากนำข้อมูลไปกรอกทั้งสองคนก็อาจจะต้องเพิ่มความยุ่งยากและล่าช้าในการตรวจสอบรายได้ภาษีไปอีก การคืนภาษีก็จะได้ช้าออกไป เช่น มีบุตร 2 คน ก็สามารถ แบ่งค่าใช้จ่าย สามี 1 คน และภรรยา 1 คน ก็ได้ จะช่วยแบ่งเบาภาระภาษีได้ทั้งสามีและภรรยานั่นเอง

 

3.หากยื่นภาษี ปี 65 ล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้น

ถ้ากรณีลืมยื่นแบบภาษีภายในกำหนด ชำระภาษีไม่ครบถ้วน ละเลย หรือหลีกเลี่ยงการยื่นแบบภาษี สิ่งที่ควรรู้เลยคือ จะต้องเสียเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามกฎหมายกำหนด และหากฝ่าฝืน หลีกเลี่ยง ไม่ยอมชำระจะต้องรับโทษทางอาญาด้วย บทลงโทษมีดังนี้

– กรณีไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน) ของเงินภาษีที่ต้องชำระนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการจนถึงวันชำระภาษี

– กรณีเจ้าพนักงานตรวจสอบออกหมายเรียก และปรากฏว่ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการไว้หรือยื่นแบบแสดงรายการไว้แต่ชำระภาษีขาดหรือต่ำไป นอกจากจะต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มแล้ว ยังจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีก 1 เท่าหรือ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระแล้วแต่กรณี เงินเบี้ยปรับดังกล่าวอาจลดหรืองดได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี

– กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90, 91 หรือ 94 ภายในกำหนดเวลา ต้องระวางโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท

– กรณีจงใจ แจ้งข้อความเท็จ หรือแสดงหลักฐานเท็จหรือฉ้อโกง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท

– เจตนาละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร มีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

4. ยื่นภาษี ปี 65 ไม่ทันทำอย่างไร

หากยื่นแบบภาษีไม่ทันตามกำหนด ผู้เสียภาษีต้องเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่เท่านั้น (ไม่สามารถยื่นแบบภาษีทางออนไลน์ได้) โดยต้องยื่นเอกสารดังต่อไปนี้

– แบบฟอร์ม ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.90

– หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่ จ่าย (50 ทวิ)

– เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลดหย่อนภาษี เช่น หนังสือรับรองการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต, หนังสือรับรองการจ่ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนใน RMF, เอกสารยืนยันสิทธิ์ค่าลดหย่อนบิดามารดา (ใบ ล.ย. 03) หรือเอกสารยืนยันสิทธิ์ลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ (ใบ ล.ย. 04) ฯลฯ

– เตรียมเงิน เพื่อจ่ายภาษีส่วนที่ค้าง รวมทั้งอาจต้องจ่ายค่าปรับ

6 ข้อควรรู้ ยื่นภาษี 2565 พร้อมวิธีตรวจสอบสิทธิลดหย่อนด้วยตนเอง

ภาพประกอบ : AFP

 

5.เช็กลดหย่อนภาษีผ่าน My Tax Account

กรมสรรพากรพัฒนาระบบ My Tax Account ใหม่ ช่วยให้ผู้เสียภาษีเข้าถึงข้อมูล และบริการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตรวจสอบข้อมูลค่าลดหย่อนต่าง ๆ ด้วยตนเองได้ถึง 9 รายการ ประกอบด้วย

1. เงินสมทบกองทุนประกันสังคม

2. เบี้ยประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้

3. เงินบริจาคผ่านระบบ e-Donation

4. เงินสะสมกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

5. เบี้ยประกันชีวิต

6. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ

7. เบี้ยประกันสุขภาพบิดา-มารดา

8. ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย (กรณีกู้คนเดียว)

9. เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) รวมทั้งข้อมูลเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับข้าราชการ และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่ได้รับจากกรมบัญชีกลาง

ผู้เสียภาษีสามารถนำข้อมูลที่ปรากฏ ในระบบ My Tax Account ไปใช้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ได้ทันที โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ รวมทั้งสามารถตรวจสอบสถานะการขอคืนภาษี และการนำส่งเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาคืนภาษีได้อีกด้วย

 

โดย วิธีตรวจสอบสิทธิลดหย่อน

1. เข้าเว็บไซต์กรรมสรรพากร

2. เลือก My Tax Account (บริการตรวจสอบข้อมูลลดหย่อนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี)

3. คลิกเข้าระบบ กรอกหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านเดียวกับระบบ e-Filing

4. เลือกรายการลดหย่อน

 

สำหรับข้อมูลที่แสดงบนระบบ My Tax Account เป็นข้อมูลที่กรมสรรพากรได้รับจากหน่วยงานภายนอกหากพบว่าไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ผู้เสียภาษีสามารถติดต่อไปยังหน่วยงานที่ส่งข้อมูลให้แก่กรมสรรพากรได้ และที่สำคัญกรมสรรพากรได้พัฒนาระบบการยืนยันตัวตน เพื่อยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความปลอดภัย ป้องกันการสวมรอยในการเข้าทำรายการ เพราะนอกจากการเข้าใช้งานโดยกรอก Username และ Password ของระบบ e-Filing พร้อมทั้งระบุ Laser ID หลังบัตรประจำตัวประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย) แล้ว ยังมีการยืนยันตัวตนด้วยรหัส One Time Password (OTP) เพิ่มขึ้น เพื่อให้เจ้าของข้อมูลมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลมากยิ่งขึ้นด้วย

 

การ ยื่นภาษี จะมีรายการ ลดหย่อนภาษี ขั้นพื้นฐานอีกหลายข้อที่ผู้เสียภาษีควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองให้ได้มากที่สุด ดังนั้น การวางแผนภาษีและเตรียมตัวก่อนจะยื่นภาษี เพื่อคิดคำนวณค่าใช้จ่ายไว้ก่อนจะช่วยให้เราบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญคืออย่าลืมลดหย่อนภาษี ซึ่งหากมีข้อสงสัยก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161

 

อ้างอิง : กรมสรรพากร

ธ.ก.ส. ปล่อย “สินเ ชื่อสานฝันสร้ างอาชีพ” ให้กู้ร ายละไม่เกิน 1 แสนบาท ช่วยเกษตรและครอบครัว

สินเชื่ อสานฝันสร้ างอาชีพ เพื่อนำไปเป็นค่ าใช้จ่าย หรือค่ าลงทุน ในการเริ่มต้น ประกอบอาชีพ สนับสนุนการสร้ างงาน สร้ างอาชีพในชุมชนเมืองและภาคชนบท จาก ธ.ก.ส.

 

จุดเด่น

สร้างอาชีพในระยะย าว

ระยะเวล าปลอดชำระต้นเ งิน 2 ปีแรก

ช่วยเหลือจากผลกระทบ CV

ดอกเบี้ยต่ำมากๆ คิดที่ 4% ต่อปี ใน 3 ปีแรก

คุณสมบัติผู้กู้

เป็นบุคคลสัญชาติไทย

เป็นเกษตรกร ทายาทเกษตรกร บุคคลในครัวเรือนเกษตรกร

ได้รับผลกระทบจากการแ พร่ระบ าดของ CV-19 ที่มีแผนในการประกอบอาชีพเกษตร

ประกอบอาชีพการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศร ษฐกิจพอเพียง

อาชีพนอกภาคการเกษตร ที่มีลักษณะเป็นการลงทุนค้ าขายเพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือนซึ่งใช้เ งินลงทุนไม่มากนักอัตร าดอกเบี้ย

กรณีกู้เป็นค่ าใช้จ่าย คิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี ระยะเวล าชำระคืน ไม่เกิน 12 เดือน (พิเศษไม่เกิน 18 เดือน) นับแต่วันกู้

วงเงิ นปล่อยกู้

กู้ไม่เกิน 100,000 บ าทต่อร าย

กรณีเป็นค่ าลงทุนปีที่ 1-3 คิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี ปีที่ 4 – 5 อัตร าดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 6.5 ต่อปี)

กำหนดระยะเวล าชำระคืน ไม่เกิน 5 ปี โดยปลอดชำระต้นเ งิน 2 ปีแรก แต่ยังต้องชำระดอกเบี้ย

Facebook Comments Box