เงินเกษตรกร

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า

ธ.ก.ส. จะเริ่มทยอยโอนเงินชดเชยส่วนต่างประกันรายได้ข้าวเปลือก งวดที่ 3-7 ให้เกษตรกรระหว่างวันที่ 9-13 ธ.ค.นี้ รวมทั้งสิ้น 3.58 ล้านราย

คิดเป็นเงินกว่า 64,000 ล้านบาท โดยวันที่ 9 ธ.ค.64 จะโอนเข้าบัญชีของเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกและภาคใต้

ก่อนประมาณ 7.7 แสนราย ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเริ่มโอนในวันที่ 10 ธ.ค.64 ประมาณ 7.5 แสนราย จากนั้นจะทยอยจ่ายตามรอบการผลิตที่แจ้งถึง 13 ธ.ค.64

ส่วนโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 64/65 ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน หรือ 20,000 บาท จะเริ่มจ่ายในวันที่ 13 – 17 ธ.ค.64 และ โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 จะเริ่มจ่ายวันที่ 20 ธ.ค.64 เป็นต้นไป โดยเกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอพพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน แอพฯ LINE Official BAAC Family รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ

 

 

ประกาศถึงพี่น้องชาวนาทุกคน ตรวจสอบสถานะกันด้วย

ธ.ก.ส. ได้กำหนดวันที่จะโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65
งวดที่ 1-3 (สำหรับผู้ตกค้าง)
งวดที่ 4-7 ในวันที่ 7-8 ธ.ค. 64
งวดที่ 8 ในวันที่ 9 ธ.ค. 64

 

รายละเอียด การจ่ายเงินส่วนต่างข้าวงวด 1-6
โครงการประกันรายได้ปีที่ 3 ได้กำหนดเงื่อนไขประกันรายได้รายข้าวความชื้น 15% จำนวน 5 ชนิด ได้แก่

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ประกันรายได้ 15,000 บาทต่อตัน จำนวน 14 ตัน
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาทต่อตัน จำนวน 16 ตัน
ข้าวเปลือกหอมปทุม 11,000 บาทต่อตัน จำนวน 25 ตัน
ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาทต่อตัน จำนวน 30 ตัน
ข้าวเปลือกเหนียว 12,000 บาทต่อตัน จำนวน 16 ตัน
โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/2565 รอบที่ 1 งวดที่ 1

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน จ่ายชดเชย 4,135.77 บาทต่อตัน
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 14,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน จ่ายชดเชย 3,592.25 บาทต่อตัน
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 11,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน จ่ายชดเชย 1,052.13 บาทต่อตัน
ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 12,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละ ไม่เกิน 16 ตัน จ่ายชดเชย 4,337.47 บาทต่อตัน
ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 10,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละ ไม่เกิน 30 ตัน จ่ายชดเชย 1,934.62 บาทต่อตัน
LINE ALBUM เยียวยาเกษตรข้าว ๒๑๑๑๒๑

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/2565 รอบที่ 1 งวดที่ 2

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 10,869.56 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,130.44 บาท
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 10,280.84 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 3,719.16 บาท
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 9,980.93 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,019.07 บาท
ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 8,081.31 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,918.69 บาท
ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 7,651.21 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,348.79 บาท
โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/2565 รอบที่ 1 งวดที่ 3

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 10,863.54 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,136.46 บาท
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 10,280.84 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 3,719.16 บาท
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 9,955.56 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,044.44 บาท
ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 8,030.69 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,969.31 บาท
ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 7,605.02 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,394.98 บาท
โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/2565 รอบที่ 1 งวดที่ 3

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 10,786.53 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,213.47 บาท
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 10,280.84 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 3,719.16 บาท
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 9,876.24 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,123.76 บาท
ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 7,910.09 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 2,089.91 บาท
ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 7,533.41 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,466.59 บาท
โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/2565 รอบที่ 1 งวดที่ 4

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 10,786.53 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,213.47 บาท
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 10,280.84 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 3,719.16 บาท
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 9,876.24 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,123.76 บาท
ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 7,910.09 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 2,089.91 บาท
ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 7,533.41 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,466.59 บาท
โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/2565 รอบที่ 1 งวดที่ 5

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 10,882.98 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,171.02 บาท
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 10,244.62 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 3,755.38 บาท
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 9,770.08 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,229.92 บาท
ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 7,746.54 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 2,253.46 บาท
ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 7,671.50 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,328.50 บาท
งวด 6 1

โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/2565 รอบที่ 1 งวดที่ 6

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 10.871.48 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4,128.52 บาท
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 10,295.49 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 3,704.51 บาท
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 9,545.67 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 1,454.33 บาท
ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 7,753.19 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 2,246. 81 บาท
ข้าวเปลือกเหนียวตันละ 7,903.56 บาทต่อตัน ชดเชยตันละ 4096.44 บาท
ไทม์ไลน์วันโอนเงินส่วนต่างข้าว งวด 1-6
งวดที่ 1 เกษตรกรที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ธ.ก.ส. โอนเงินส่วนต่างเข้าบัญชีในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564

งวดที่ 2 งวดที่ 3 งวดที่ 4 ธ.ก.ส. โอนเงินส่วนต่างเข้าบัญชีในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564

 

งวดที่ 5 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 5-11 พฤศจิกายน 2564 โดยจะโอนเงินเข้าไปยังบัญชีของเกษตรกรภายใน 3 วันทำการหลังจากที่ได้มีการประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง

งวดที่ 6 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 12-18 พฤศจิกายน 2564 โดยจะโอนเงินเข้าไปยังบัญชีของเกษตรกรภายใน 3 วันทำการหลังจากที่ได้มีการประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกร ยังไม่เป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ว่าเมื่อมีการคำนวณส่วนต่างในแต่ละงวดแล้ว ธ.ก.ส. จะจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรภายใน 3 วันทำการ เนื่องจากวงเงินที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้ ได้ใช้จ่ายส่วนต่างสำหรับงวดที่ 1 เกือบหมด และงวดที่ 2 ได้บางส่วน

ดังนั้น จึงทำให้การจ่ายเงินส่วนต่างงวดที่ 3 งวดที่ 4 และ 5 อาจจะต้องล่าช้าออกไป โดยขึ้นอยู่กับว่ากระทรวงการคลังจะหาเงินมาได้เร็วมากน้อยแค่ไหน แต่เกษตรกรจะได้รับเงินส่วนต่างแน่นอน

ตรวจสอบเงินประกันรายได้ข้าว เงินช่วยเหลือชาวนา
ประกาศข่าวดี คาดการณ์ว่า ครม. ไฟเขียว วันที่ 26 ต.ค. กระทรวงการคลังคอนเฟิร์ม

เข้าแน่ รับส่วนต่างชดเชยข้าวสูงสุด 1.5 หมื่นบาท ขณะที่เงินช่วยเหลือชาวนา รับสูงสุด 2 หมื่นบาท

รายงานความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร ประกันรายได้ข้าว สำหรับชาวนา 4.6 ล้านครัวเรือน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 64 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ

ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ

ได้มีมติดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1

โดยกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เป็นปีที่3 นั้น ล่าสุดมีความคืบหน้าแล้ว

โครงการประกันรายได้เกษตรกรในส่วนของการประกันรายได้ข้าว ไปยังกระทรวงการคลัง โดยทางกระทรวงการคลังได้รับปากแล้วจะเข้า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้

สำหรับการเข้า ครม. ที่จะมีมติ ได้แก่ โครงการประกันรายได้ข้าว โครงการคู่ขนาน ยกตัวอย่างเช่น สินเชื่อชะลอข้าวเปลือก หรือจำนำยุ้งฉาง ที่จะต้องประกาศโดยเร็วที่สุด ตอนนี้ราคาข้าวหอมมะลิ

หรือ กข15 ออกมาแล้ว ราคาขายเกี่ยวสด อยู่ที่ 8,000-9,000 บาทต่อตัน จากสาเหตุที่ทุกคนทราบกันเป็นอย่างดีว่าส่งออกมีปัญหา ดังนั้นมาตรการที่มีอยู่ควรจะเร่งออกมาให้เร็วที่สุด

ล่าสุด เช็คเงินเกษตรกร เงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท

เกษตรกร หรือ ชาวนา ที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกขาวในปี 64/65 สามารถเช็คเงินเกษตรกร เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1000 ที่ธ.ก.ส. โอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน A-Mobile ของธนาคาร ธ.ก.ส.

ส่วนเกษตรกรที่สมัครใช้บริการ BAAC Connect จะได้รับข้อความ

แจ้งเตือนผ่าน LINE Official BAAC Family เมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว หรือสามารถ เช็คเงินเกษตรกร ตรวจสอบเช็คเงินช่วยเหลือชาวนา เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 500 ผ่านเว็บไซต์โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้  เข้าเว็บไซต์ https://chongkho.inbaac.com/

โดยกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกดค้นหา สำหรับผู้ที่ได้รับเงินระบบจะขึ้นข้อมูลว่า
“โอนเงินเรียบร้อยแล้ว” โดยจะแสดงชื่อโครงการ, เลขที่บัญชี, วันที่โอน, สาขา ธ.ก.ส. และสถานะ
✅เงื่อนไขจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา โดยจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว คือ
– จ่ายเงินเยียวยาให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาท
– จำกัดไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน หรือไม่เกิน 20,000 บาท
โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 วงเงิน 13,604 ล้านบาท ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครอบคลุมกว่า 4.68 ล้านคน ซึ่งประกันรายได้ให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 (รอบที่ 1) กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปลูกข้าวระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 31 ตุลาคม 2564 ยกเว้นภาคใต้ ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน 2564 – 28 กุมภาพันธ์ 2565
✅เงื่อนไขจ่ายเงินประกันรายได้ข้าว
โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 โดยกำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้คือ ราคาความชื้นไม่เกิน 15% ไม่เกินครัวเรือนละ 40 ไร่ ยกเว้นข้าวเจ้า ไม่เกิน 50 ไร่ โดยชดเชยเป็นจำนวนตันในแต่ละชนิดข้าวดังนี้
– ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน
– ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน
– ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน
– ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน
– ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน
 ช่องทางเช็กเงิน เงินช่วยเหลือชาวนา เข้าเว็บไซต์ https://chongkho.inbaac.com/

คืบหน้า #ประกันรายได้ผู้ปลูกข้าว5ชนิด ตรวจสอบรายชื่อ

แต่ละพื้นที่ จะแจ้งการเก็บเกี่ยวในช่วงวัน เดือน แตกต่างกันออกไป

ให้ติดตามการแจ้งประกาศวันโอนเงินอีกครั้ง ทางสาขา ธกส. ในพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกอีกครั้ง

ระยะเวลาการจ่ายประกันรายได้ข้าวเปลือก 5 ชนิด คือ เดือนพฤษศจิกายน 2564 – พฤษภาคม 2565

การโอนเงินฯ งวดที่1 จะโอนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5ชนิด ที่แจ้งเก็บเกี่ยวผลผลิต

เดือนสิงหาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้

เมื่อมีการประกาศกำหนดวันการจ่ายประกันรายได้ข้าวเปลือก 5ชนิด

งวดที่1 ทางเพจจะแจ้งให้ทราบโดยเร็ว 🔵ประกันรายได้ฯ

ข้าวเปลือก 5ชนิด ได้แก่

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคา 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน

ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 14,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 10,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน

ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 11,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน

ข้าวเปลือกเหนียว ราคา 12,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน #ประกันรายได้ปลูกข้าว

เช็คสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่นี่

ระบบฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรกลาง กรมส่งเสริมการเกษตร (doae.go.th)

ล่าสุดที่ ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้มีมติอนุมัติโครงการ “ประกันรายได้” เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร รวม 3  โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 27,390.09 ล้านบาท ประกอบด้วย

1. โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2564/65 วงเงิน 6,811.28 ล้านบาท และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้ฯ ปี 64/65 จำนวน 4 โครงการ รวมเงิน 291.4 ล้านบาท

2. โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2564/65 วงเงินรวม 1,863.51 ล้านบาท และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2564/65 จำนวน 2 โครงการ วงเงินรวม 45 ล้านบาท

3. โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 วงเงินรวมทั้งสิ้น 18,378.90 ล้านบาท

ซึ่งจะครอบคลุมพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ประมาณ 4.7 ล้านครัวเรือน ปลูกมันสำปะหลัง ประมาณ 5 แสนครัวเรือน และปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประมาณ 4.5 แสนครัวเรือน

ตรวจสอบเงินประกันรายได้ข้าว เงินช่วยเหลือชาวนา
ประกาศข่าวดี คาดการณ์ว่า ครม. ไฟเขียว วันที่ 26 ต.ค. กระทรวงการคลังคอนเฟิร์ม

เข้าแน่ รับส่วนต่างชดเชยข้าวสูงสุด 1.5 หมื่นบาท ขณะที่เงินช่วยเหลือชาวนา รับสูงสุด 2 หมื่นบาท

รายงานความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร ประกันรายได้ข้าว สำหรับชาวนา 4.6 ล้านครัวเรือน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 64 ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ

ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ

ได้มีมติดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1

โดยกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เป็นปีที่3 นั้น ล่าสุดมีความคืบหน้าแล้ว

โครงการประกันรายได้เกษตรกรในส่วนของการประกันรายได้ข้าว ไปยังกระทรวงการคลัง โดยทางกระทรวงการคลังได้รับปากแล้วจะเข้า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้

สำหรับการเข้า ครม. ที่จะมีมติ ได้แก่ โครงการประกันรายได้ข้าว โครงการคู่ขนาน ยกตัวอย่างเช่น สินเชื่อชะลอข้าวเปลือก หรือจำนำยุ้งฉาง ที่จะต้องประกาศโดยเร็วที่สุด ตอนนี้ราคาข้าวหอมมะลิ

หรือ กข15 ออกมาแล้ว ราคาขายเกี่ยวสด อยู่ที่ 8,000-9,000 บาทต่อตัน จากสาเหตุที่ทุกคนทราบกันเป็นอย่างดีว่าส่งออกมีปัญหา ดังนั้นมาตรการที่มีอยู่ควรจะเร่งออกมาให้เร็วที่สุด

ล่าสุด เช็คเงินเกษตรกร เงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท

เกษตรกร หรือ ชาวนา ที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกขาวในปี 64/65 สามารถเช็คเงินเกษตรกร เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1000 ที่ธ.ก.ส. โอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน A-Mobile ของธนาคาร ธ.ก.ส.

ส่วนเกษตรกรที่สมัครใช้บริการ BAAC Connect จะได้รับข้อความ

แจ้งเตือนผ่าน LINE Official BAAC Family เมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว หรือสามารถ เช็คเงินเกษตรกร ตรวจสอบเช็คเงินช่วยเหลือชาวนา เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 500 ผ่านเว็บไซต์โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

-เข้าเว็ปไซด์ https://chongkho.inbaac.com

-กรอกเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ที่ใช้ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกขาวในปี 2564/65

 

 

 

 

 

สินเชื่อส่วนบุคคล เฮงลิสซิ่ง เป็นตัวช่วยแก้ทุกปัญหา ด้านการเงิน เติมเต็มทุกความต้องการ ได้เงินก้อน ผ่อนสบาย ไม่ต้องมีคนค้ำ ช่วยเหลือทุกอาชีพ ที่กำลังประสบปัญหา ด้านการเงิน สินเชื่อส่วนบุคคล เฮงลิสซิ่ง ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องโอนก่อนทุกกรณี รายได้เริ่มต้น 6,000 บาท ก็สามารถกู้ได้ อนุมัติง่าย ทุกอาชีพ

จุดเด่น

รายได้เริ่มต้น 6,000 บาท ก็สามารถกู้ได้
เอกสารไม่ยุ่งยาก
ผ่อนดี รับเงินเพิ่ม
ไม่ต้องมีทรัพย์สิน มาเป็นหลักประกัน
ผ่อนชำระได้นาน 12,18,24,36 งวด

รายละเอียดการสมัคร

คุณสมบัติผู้กู้

มีรายได้ประจำ 6,000 บาท ขึ้นไป
มีสัญชาติไทย มีอายุระหว่าง 20 – 65 ปี
มีอายุงาน 4 เดือน ขึ้นไป และไม่อยู่ในช่วงทดลองงาน พักงาน หรืออยู่ในระหว่างพิจารณาโทษ
มีบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับ (P-Loan ไม่มีหลักประกัน) รวมทั้งหมดไม่เกิน 3 แห่ง
มีพักอาศัยปัจจุบัน หรือที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และที่ทำงาน ไม่เกิน 30 กม. จากที่ตั้งสาขาที่ยื่นขอสินเชื่อ


เอกสารประกอบการกู้

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
สำเนาทะเบียนบ้าน
หนังสือรับรองเงินเดือนฉบับจริง (ต้องระบุตำแหน่ง รายได้ และวันที่เริ่มงานด้วย) อายุไม่เกิน 1 เดือน
สลิปเงินเดือนฉบับจริง ย้อนหลัง 1 เดือนล่าสุด หรือหลักฐานการเดินบัญชีกับธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน


ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมกันสูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก

สมัครสินเชื่อเฮงลิสซิ่งออนไลน์ คลิกที่นี่

หมายเหตุ การอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด

Facebook Comments Box