ประชาชน โวย รัฐจ่ายเงิน ไม่ทั่วถึง

ด้านสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กระทรวงการคลัง แจ้งว่า สศค.ได้มีการตรวจสอบผู้ประกอบการ พบว่าผู้ประกอบการหลายรายดังกล่าวมพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดเกณฑ์ ใน “โครงการเราชนะ” จึงได้ระงับสิทธิการเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2564 และได้แจ้งให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 14 วัน แต่ผู้ประกอบบการไม่ได้จัดส่งเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงได้แจ้งผลการพิจารณาและขอให้คืนเงินที่ได้รับจากโครงการฯ

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการสามารถอุทธรณ์ต่อ สศค. เพื่อชี้แจงเหตุผล พร้อมแสดงหลักฐานให้ทบทวนผลการพิจารณาได้ แม้จะไม่ได้ชี้แจงในครั้งแรกก็ตาม

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง แจ้งด้วยว่าจากการตรวจสอบ พบว่าผู้ประกอบบางรายลงทะเบียนตำแหน่งร้านไว้ที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่มีการทำธุรกรรมซื้อขายนอกพื้นที่จังหวัด เกินระยะทาง 7,000 กิโลเมตร ใน 1 วัน และพบพฤติกรรมลักษณะนี้ต่อเนื่องหลายวัน และใช้สิทธิ์เต็มจำนวนวงเงินเป็นจำนวนมาก โดยพบที่ กรุงเทพมหานคร เชียงราย เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น ซึ่งลักษณะธุรกรรมที่ตรวจพบ ไม่สอดคล้องกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับโครงการ

สำหรับร้านค้าถุงที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ ห้ามแลกเป็นเงินสด และ ห้ามซื้อสินค้าโดยการสแกนออนไลน์ โดยขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการของกระทรวงการคลังปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของแต่ละโครงการอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เสียสิทธิการเข้าร่วมโครงการหรือมาตรการอื่นของรัฐในอนาคต และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

 

ทั้งนี้ จากกรณีข่าวผู้ประกอบการที่กระทำเข้าข่ายผิดเกณฑ์ในโครงการเราชนะปรากฏอยู่บนโซเชียลมีเดีย กระทรวงการคลังได้ดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมที่เข้าข่ายฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการเราชนะ (โครงการฯ) เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนและผู้ประกอบการที่สุจริต โดยได้ตรวจพบธุรกรรมที่เข้าข่ายการกระทำฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ของโครงการฯ และได้ระงับสิทธิชั่วคราวการเข้าร่วมโครงการของผู้ประกอบการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยผู้ประกอบการที่ระงับสิทธิชั่วคราวเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564 และวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 รวม 2,751 ราย โดยได้พิจารณาตรวจสอบธุรกรรมแล้วจำนวน 2,739 ราย และอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยยังไม่ได้จัดส่งเอกสารแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ประกอบการดังกล่าว สำหรับผู้ประกอบการที่ระงับสิทธิชั่วคราวเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 จำนวน 120 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผู้ประกอบการชี้แจงโต้แย้งมา

สำหรับกรณีข่าวของผู้ประกอบการที่ปรากฏอยู่ในโซเชียลมีเดียในขณะนี้ และได้ยกหยิบยกภาพถ่ายเอกสารในการเรียกเงินของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังมาเป็นตัวอย่างนั้น ขอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ผู้ประกอบการรับแลกวงเงินสิทธิเป็นเงินสด ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการเราชนะ โดย โครงการฯ ได้รับการแจ้งเบาะแสและหลักฐาน ซึ่งเมื่อตรวจสอบธุรกรรมการรับชำระเงินแล้วพบว่ามีความผิดปกติ สอดคล้องตามหลักฐานและเบาะแสที่ได้รับแจ้ง จึงได้ระงับสิทธิการเข้าร่วมโครงการและเรียกชำระเงินคืนจากโครงการฯ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และความยินยอมสำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ

ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับดังกล่าว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

แนะวิธีใช้สิทธิคนละครึ่ง เฟส3 สั่งอาหารผ่านแอปฯ เดลิเวอรี่ 4 ต.ค.นี้ ผู้ลงทะเบียนใหม่หลัง 1 ต.ค. รับครั้งเดียว 3,000 บาท

#กระทรวงการคลัง แนะวิธีใช้สิทธิ #คนละครึ่ง เฟส3 สั่งอาหารและเครื่องดื่มจากร้านที่ร่วมโครงการผ่านแอปฯ เดลิเวอรี่ (Grab และ LINEMAN) โดยเปิดให้บริการในวันที่ 4 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป เวลา 06.00 – 20.00 น. ของทุกวัน ซึ่งจะสามารถใช้สิทธิคนละครึ่งได้เฉพาะค่าอาหาร ไม่รวมค่าจัดส่ง ขั้นตอนการใช้สิทธิมีดังนี้

1)เข้าแอป “เป๋าตัง” กดเมนูฟู้ดเดลิเวอรี่ ในหน้าแรก หรือเข้า G-Wallet กดเมนูคนละครึ่ง แล้วเลือกเมนูฟู้ดเดลิเวอรี่

2) กด “สั่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่” เลือกผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ กดค้นหาเมนูหรือร้านอาหาร

3) ระบบจะเชื่อมไปที่แอปฯ ฟู้ดเดลิเวอรี่อัตโนมัติ กดสั่งอาหาร/เครื่องดื่ม

4) จ่ายค่าส่งที่แอปฯ ฟู้ดเดลิเวอรี่ก่อน หลังจากนั้น ระบบจะแจ้งเตือนให้จ่ายค่าอาหาร บน G-Wallet แล้วกดปุ่มชำระเงิน แต่ต้องจ่ายเงินภายใน 5 นาที

ทั้งนี้ ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร่วมโครงการคนละครึ่ง ต้องการขายผ่านแอปฯ ฟู้ดเดลิเวอรี่ สามารถสมัครได้ที่แอปฯ “ถุงเงิน” จนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ ปัจจุบันมีร้านอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมกว่า 30,000 ราย นอกจากนี้ ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 จะได้รับวงเงินรอบที่ 2 จำนวน 1,500 บาท ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ส่วนผู้ลงทะเบียนใหม่และยืนยันตัวตนเรียบร้อยหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2564 จะได้รับวงเงินครั้งเดียว 3,000 บาท ซึ่งสามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้

 

 

กรุงไทย Smart Money สินเชื่อวงเงินสูง กู้ง่าย ไม่ต้องค้ำประกัน ปล่อยสินเชื่อ วงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้
เเต่ไม่เกิน 1 ล้านบาทสามารคยื่นขอสินเชื่อได้เเล้ว ตั้งเเต่วันนี้เป็นต้นไป กู้ง่ายโดยไม่ต้องมีหลักค้ำประกันหรือ คนค้ำประกัน

จุดเด่นของสินเชื่อนี้คือ คนที่ไม่ได้เปิดบัญชีเงินเดือนกับธนาคาร กรุงไทย สามารถยื่นเรื่องขอสินเชื่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเงินฝาก กรุงไทย ก็สมัครได้

กรุงไทย Smart Money ปล่อยให้กู้ยืมได้ สูงสุดถึง 1,000,000 บาท

แต่ถ้าต้องการกู้ที่ 100,000 บาท ก็สามารถทำได้

และ สามารถผ่อนชำระเงินคืน ให้กับทาง ธนาคาร ได้แบบสบายๆ สูงสุด 5 ปี

ยอดการผ่อน ชำระเงินคืน จะตกเพียง เดือนละ 2,761 บาท

อัตราดอกเบี้ย อยู่ที่ 22 และยังมีอัตราดอกเบี้ยแบบพิเศษ 15 อีกด้วย

ยอดการผ่อน ชำระ จะตกเพียงเดือนละ 2,378 บาท

จุดเด่น

ให้วงเงินสูงสุดที่ 5 เท่า ของรายได้ ต่อเดือน สูงสุด 1,000,000 บาท

ไม่มีการรับเงินเดือน ก็สมัครได้ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 30,000 บาท ขึ้นไป

กู้ง่าย ไม่ต้องใช้หลักประกัน และ บุคคลค้ำประกัน ท่านที่สนใจสามารถสมัครได้ผ่านทางธนาคารใกล้บ้านท่านได้เลย

Facebook Comments Box