บัตรคนจนรายใหม่ – รายเก่า

 

บัตรคนจนเปิดลงทะเบียนใหม่ต้นปีหน้า

1 คุณสมบัติเบื้องต้น มีสัญชาติไทยอายุ18 ปีขึ้นไป

2 ว่างงานหรือมีรายได้ส่วนตัวไม่เกิน 100,000บาทต่อปี 3.ถ้ามีรถยนต์จะถูกนำมาพิจรารณาถ้ามี2 -3 คันจะไม่ได้รับสิทธิ ถ้ามีบัตรเครดิตก็จะถูกนำมาพืจราณา

4.ต้องไม่มีทรัพย์สินทางธนาคาร สลากออมสิน สลากธกส พันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้หรือถ้ามีจะต้องไม่เกิน100,000บาท 5.รายได้ต่อครัวเรือนเป็นตัวพิจราณา

เกณฑ์เดิม : รายได้ต่อคนต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

เกณฑ์ใหม่ : รายได้ครอบครัวรวมกันและเมื่อหารแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

เกณฑ์ใหม่คำนวณรายได้ทั้งครอบครัวก่อนแจก “บัตรคนจน”

ส่วนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ จะเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ปัจจุบันที่มีผู้อยู่ในระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งสิ้น 14.5 ล้านคน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และยังคงได้สวัสดิการตามเดิม เพียงในระบบจะมีการคัดกรองผู้ที่เข้าเกณฑ์ใหม่แบบอัตโนมัติ อาจมีการพิจารณารายได้ของครัวเรือน หรือการถือครองทรัพย์สินเพิ่มเติม จากเดิมที่พิจารณาเฉพาะรายได้ของบุคคลเท่านั้น

คลังเร่งสรุปหลักเกณฑ์เปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ .ภายใน 1-2 เดือนนี้ ชี้นำรายได้ครัวเรือนมาใช้ในการคัดกรอง คนเคยถือบัตรแล้วต้องลงทะเบียนใหม่

คลัง เปิดเผยว่า การพิจารณาหลักเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางหลักเกณฑ์คัดกรองให้รัดกุมยิ่งขึ้น ก่อนเสนอคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานอีกครั้ง

“ไม่เกินช่วงต้นเดือน ธ.ค. นี้ จะชัดเจนในเงื่อนไขคัดกรองใหม่ ส่วนช่วงเวลาที่จะเปิดให้ลงทะเบียน ยังต้องพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดด้วย แม้ช่วงปลายปีจำนวนผู้ได้รับวัคซีนจะมากขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในการติดเชื้ออยู่ ดังนั้นจึงต้องดูสถานการณ์รวมถึงวิธีการเปิดลงทะเบียนอีกครั้ง” นายพรชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ราว 13.65 ล้านคน ซึ่งการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เพื่อเพิ่มการคัดกรองให้รัดกุมยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยที่ไม่เคยได้รับสิทธิให้สามารถเข้ามาสมัครได้ ส่วนกลุ่มที่ถือบัตรฯอยู่แล้ว ก็จะต้องลงทะเบียนเพื่อคัดกรองคุณสมบัติใหม่ด้วยเช่นกัน

 

ที่ประชุม ครม. วันที่ 21 กันยายน 2564โดย ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการและขยายมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา

อนุมัติงบกลาง ปี 64 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 27,005.66 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้

1) วงเงิน 2,018 ล้านบาท เพื่อขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำ/ค่าไฟ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – กันยายน 2565 (12 เดือน) -กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน ให้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรี ตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน กรณี ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ให้ใช้สิทธิตามมาตรการนี้ในวงเงิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน กรณีใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด ครอบคลุม 1.9 ล้านครัวเรือน โดยประมาณ

– สนับสนุนค่าน้ำประปา วงเงิน 100 บาท /ครัวเรือน /เดือน ในกรณีใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท โดยส่วนเกินต้องชำระด้วยตนเอง และกรณีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯ รับภาระในการชำระค่าน้ำประปาเองทั้งหมด ครอบคลุมประมาณ 186,625 ครัวเรือน

2) วงเงิน 18,815 ล้านบาท สนับสนุน ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และการเพิ่มเบี้ยความพิการ

-ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สำหรับค่าซื้อสินค้าอุปโภค/บริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตร จากร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านอื่นๆ โดยผู้มีสิทธิที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ได้รับ 200 บาท/คน/เดือน ในส่วนผู้มีสิทธิที่มีรายได้ ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ได้รับ 300 บาท/คน/เดือน และได้รับส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 55บาท/คน/3 เดือน

-ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อาทิ ค่าโดยสาร ขสมก. ระบบ e-Ticket /รถไฟฟ้า บขส. รถไฟ อย่างละ 500 บาท/คน/เดือน

-เบี้ยความพิการ จำนวน 1,000 บาท/คน/เดือน อีกด้วย

3) วงเงิน 1,642 ล้านบาท ดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (รอบใหม่) เพื่อรองรับกระบวนการลงทะเบียนรอบใหม่ โดยจะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการรับลงทะเบียนของหน่วยรับลงทะเบียน และค่าใช้จ่ายในการผลิตและบริหารจัดการบัตรฯ

4) วงเงิน 4,530.66 ล้านบาท สำหรับจัดสรรสวัสดิการแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาสำหรับผู้มีรายได้น้อย ภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (รอบใหม่) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีบัตรฯ และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาจทำให้ผู้สมัครรอบใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้น

การช่วยเหลือลดอัตราค่าน้ำ/ค่าไฟ ตลอดจนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นส่วนหนึ่งของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย

 

เปิดช่องทาง-ขั้นตอนลงทะเบียนรับสิทธิ “ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ” ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต.ค. 64-ก.ย. 65

วันที่ 24 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – เดือนกันยายน 2565 รวมระยะเวลา 12 เดือน

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ถือบัตรที่ยังไม่ได้รับสิทธิลดค่าน้ำ ค่าไฟ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนของการประปา และการไฟฟ้า ได้เปิดให้ผู้ถือบัตรลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ

ช่องทางและขั้นตอนการลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำ ค่าไฟ สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ขั้นตอนกาารลงทะเบียนรับส่วนลดค่าน้ำ
1.ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำผ่านทางเว็บ

“การประปาส่วนภูมิภาค” ไปที่เว็บไซต์ https://payment.pwa.co.th/welfare-register/
“การประปานครหลวง” ไปที่เว็บไซต์ https://eservicesapp.mwa.co.th/welfareregist
2.กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ชื่อ-นามสกุล ของผู้ลงทะเบียน (ตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ)

3.กรอกเลขบัตรประชาชนของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้ลงทะเบียน

4.กรอกอีเมลล์ของผู้ลงทะเบียน (ถ้ามี), เบอร์โทรศัพท์ของผู้ลงทะเบียน (ถ้ามี)

5.เลือกสาขาของบ้านที่จะใช้สิทธิสวัสดิการ

6.กรอกเลขที่ผู้ใช้น้ำ เลขที่ผู้ใช้น้ำของบ้านที่จะใช้สิทธิสวัสดิการ

7.เลือกรูปภาพที่ปรากฏให้ถูกต้อง และคลิกที่ปุ่ม “ตกลง”

* กรณีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ไม่เคยใช้สิทธิ์ลดค่าน้ำประปามาก่อน และประสงค์จะขอรับสิทธิ์

สามารถไปลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่สำนักงานการประปานครหลวงและสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค

พร้อมทั้งแสดงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อยืนยันตัวตน

เงื่อนไขของการลงทะเบียน

– รัฐบาลสนับสนุนค่าน้ำประปา วงเงิน 100 บาท /ครัวเรือน /เดือน

ในกรณีใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท

โดยส่วนเกินต้องชำระด้วยตนเอง

– กรณีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯ

รับภาระในการชำระค่าน้ำประปาเองทั้งหมด

ครอบคลุมประมาณ 186,625 ครัวเรือน

ระบบจะแสดงข้อมูลผู้ใช้น้ำและบ้านเลขที่ที่ผู้ลงทะเบียนรับสิทธิเลือก ให้ผู้ลงทะเบียนรับสิทธิตรวจสอบว่า ชื่อผู้ลงทะเบียนกับบ้านผู้ใช้สิทธิเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ แล้วคลิกที่ปุ่ม “ยืนยัน”
กรณีที่มีเลขบัตรประชาชนของตนเอง ในระบบแล้ว

ระบบจะแสดงข้อความว่า “เลขบัตรประชาชนนี้ ลงทะเบียนแล้ว โปรดติดต่อการประปาส่วน
ภูมิภาค”
กรณีมีเลขที่ผู้ใช้น้ำนี้ ในระบบแล้ว

ระบบจะแสดงข้อความว่า “เลขที่ผู้ใช้น้ำนี้ ลงทะเบียนแล้ว โปรดติดต่อการประปาส่วนภูมิภาค”
กรณีที่ระบุเลขที่ผู้ใช้น้ำหรือสาขาไม่ถูกต้อง

ระบบจะแสดงข้อความว่า “เลขที่ผู้ใช้น้ำหรือสาขาไม่ถูกต้อง”
การแก้ไขข้อมูลการลงทะเบียน
หากผู้ลงทะเบียนรับสิทธิต้องการแก้ไขข้อมูลการขอรับสิทธิให้ติดต่อที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขาเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลการรับสิทธิ

บัตรสวัสดิการฯ รายเก่าไม่ต้องลง ใช้สิทธิต่อเลย
#ลงค่าไฟ เดือนไหนใช้ไม่เกิน315บ./เดือน
รับเงินคืนตามที่จ่ายจริง(ไม่เกิน315บ.)เข้าในบัตรฯ
(คืนให้ทุกวันที่18 ของเดือนถัดไป-กดเงินออกมาได้)

แตะลิ้งค์นี้ (เฉพาะ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เท่านั้น)
https://eservice.pea.co.th/WelfareRegister/

ลิ้งค์นี้ (เฉพาะ การไฟฟ้านครหลวง)
http://meagate1.mea.or.th/welfareregis
…………………………………………………………….

#ลงค่าน้ำ หากเดือนไหนมีการใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท จะได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปาจำนวน 100 บาท
รับเงินคืนตามที่จ่ายจริง(ไม่เกิน100บ.)เข้าบัตรฯ
(คืนให้ทุกวันที่18 ของเดือนถัดไป-กดเงินออกมาได้)
#ประปาหมู่บ้านอบตเทศบาลไม่ร่วมโครงการนี้

เเตะลิ้งค์นี้ (เฉพาะ ประปาส่วนภูมิภาค เท่านั้น)
https://payment.pwa.co.th/welfare-register/

ลิ้งค์นี้(เฉพาะประปา นครหลวง)
https://eservicesapp.mwa.co.th/welfareregist
…………………………………………………………….
เพจ สวัสดิการ ทันข่าว

ลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าไฟ “นครหลวง”
1. เข้าสู่เว็บไซต์] ลงทะเบียนที่นี้

2. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน

กรอกรหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (เลขมิเตอร์ไฟฟ้า) ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ (เฉพาะหมายเลข 8 หลัก)
บัญชีแสดงสัญญา (เฉพาะหมายเลข 9 หรือ 10 หลัก)
ชื่อ-นามสกุล (ระบบจะค้นหาข้อมูลจากรหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า)
ที่อยู่ (ระบบจะค้นหาข้อมูลจากรหัสเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า)
3. กรอกหมายเลขบัตรประชาชน ตามที่ระบุในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (13 หลัก)

4. เบอร์โทรศัพท์ ของผู้ลงทะเบียน

5. E-mail ของผู้ลงทะเบียน

6. กดปุ่ม “ลงทะเบียน”

วอล์กอิน ลงทะเบียน ลดค่าน้ำ ค่าไฟ
ลดค่าไฟ : ผู้มีบัตร ที่ไม่เคยใช้สิทธิค่าไฟฟ้ามาก่อน และประสงค์จะขอรับสิทธิ สามารถไปลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานการไฟฟ้านครหลวง สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ พร้อมทั้งแสดงบัตร

ลดค่าน้ำ : ผู้มีบัตร ที่ไม่เคยใช้สิทธิลดค่าน้ำประปามาก่อน และประสงค์จะขอรับสิทธิ สามารถไปลงทะเบียนรับสิทธิได้ที่สำนักงานการประปานครหลวง และสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งแสดงบัตรเพื่อยืนยันตัวตน

เงื่อนไขการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

1. ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องเป็นผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ 1 สิทธิต่อครัวเรือนต่อบิลเดือน และต่อหนึ่งหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น
2. ผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประจำเดือน ตามที่ระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้าแต่ไม่เกิน 230.-บาท

(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อครัวเรือนต่อบิลเดือน กรณีที่ค่าไฟฟ้าเกิน 230.-บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จะไม่ได้สิทธิจากมาตรการนี้
3. ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องชำระเงินค่าไฟฟ้าเต็มจำนวนตามที่ระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้า

และกรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินคืนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ต่อไป
4. ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 50 หน่วยในเดือนใด จะไม่ได้รับสิทธิตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือนนั้น
5. ผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องการใช้สิทธิในการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ต้องลงทะเบียนผ่านช่องทางที่

กฟภ. กำหนด และให้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน6. เริ่มตั้งแต่ค่าไฟฟ้าประจำเดือน ธ.ค. 2561 – ก.ย. 2564

 

ขั้นที่ 3 กรอกข้อมูล

กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน

  • เลขบัตรประชาชน
  • กรอเลขบัตรคนจน 16 หลัก หลังบัตร
  • เบอร์โทรศัพท์ 10 หลัก
  • หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า โดยนำเลขที่อยู่ในบิลมากรอก
  • รหัสเครื่องวัดไฟฟ้าฃ
  • บิลประจำเดือน
  • จำนวนเงินค่าไฟ

 

มาตราการลดค่าไฟ 

1.ได้สิทธิค่าไฟฟรี หากใช้ไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน

2.กรณีเกิน 50 หน่วย/เดือน รัฐจะสนับสนุนวงเงิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน

3.หากใช้เกินวงเงิน ผู้ถือบัตรฯ จะต้องชำระค่าไฟทั้งหม

ขั้น 4 ยืนยันข้อมูล

ตรวจสอบข้อมูลให้เรียบร้อย หากไม่ถูกต้องให้กดย้อนกลับ เพื่อแก้ไข หากถูกต้องแล้ว กด บันทึกข้อมูล

 

ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูลสำเร็จ

 

 

เตรียมลงทะเบียนบัตรคนจนรายใหม่ ตุลาคมนี้ 

ขั้นตอนการลงทะเบียน

ขั้นตอนที่ 1.

ไปธนาคารที่สะดวก (ธกส.. ออมสิน, กรุงไทย)

ขั้นตอนที่ 2.

ㆍแสดงบัตรประชาชน

ㆍ กรอกแบบฟอร์มแจ้งข้อมูลส่วนตัว รายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สินของตน

ㆍเก็บหลักฐานไว้เพื่อยืนยันการลงทะเบียน คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

มีสัญชาติไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป

ว่างงานหรือมีรายได้ส่วนตัวไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี๊ ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน

(เงินฝากธนาคาร, สลากออมสิน, สลากธ.ก.ส..พันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี) หรือถ้ามี ทรัพย์สินดังกลาวจะต้องมีรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท

รายได้ต่อครัวเรือนเป็นตัวประกอบการพิจารณา ถ้ามีรถยนต์จะถูกนำมาพิจารณาแต่ถ้ามี 2-3 คันจะไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถ้ามีการถือปัตรเครดิตก็จะถูกนำ มาพิจารณาเช่นกัน

แบบฟอร์มลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โหลดที่นี่

👉 https://bit.ly/3tYJSmb

 

สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่จะเปิดให้ลงทะเบียนได้แก่

1. ผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิเข้ามาลงทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มตกหล่นจากมาตรการของรัฐที่ผ่านมาที่ต้องดูแลเป็น พิเศษ

เช่น กรณีไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถเข้าร่วมปัตรคนจนใด้อีกกว่า 2 ล้านราย

2.ผู้ที่ด้รับสิทธิเดิมมีจำนวน 13.65 ลำนคน ก็ยังต้องมาลงทะเบียนใหม่ เพราะกระทรวงการคลังจะมีการปรับเงื่อนไขผู้ ได้รับสิทธิ

ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น เกณฑ์การลงทะเบียนรอบใหม่นี้ จะช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่าง แท้จริง STARBUCKS’ COLD BREW เข้มข้น กลมกล่อม รื่นรมย์ได้ง่ายๆ ถึงบ้าน แค่สังผ่าน Starbucks” TH App Cold Brew ORDER NOW นายธนกร กล่าวว่ สำหรับมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ที่ผ่านมา โครงการเพิ่มกำลิ้งซื้อให้แก่ผู้ มีบัตสวัสติการแห่งรัฐ หรือปัตรคนจน มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.52 ล้นคน ยอดใช้จ่ายสะสม 7,668.6 ลำนบาท และ โครงการเมศลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้โช้สิทธิสะสม 1.10 ลำานคน ยอดใช้จ่ายสะสม 524.7 ล้านบาท ขณะนี้ยังไม่เปิดลงทะเบียน รอกำหนดการเปิดลงทะเบิ้ยนจากกระทรวงการคลังอิกครั้งเร็วๆนี้

 

สำหรับผู้ที่ถือบัตรคนจนรายเก่า

 

21 ก.ย. 64 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ว่า ครม. อนุมัติงบกลางปี 2564 จำนวน 27,005.66 ล้านบาท สำหรับกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก

 

 

เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ

1. ขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาวะค่าน้ำค่าไฟให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไปอีกจำนวน 12 เดือนตั้งแต่

เดือนตุลาคม 2564 ถึงกันยายน 2565 วงเงิน 2,018 ล้านบาท ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในส่วนของค่าไฟ 1.9 ล้านครัวเรือน

ค่าน้ำประปา 186,625 ครัวเรือน

2. จัดสวัสดิการแห่งรัฐ แก่ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.56 ล้านคน วงเงิน 18,815 ล้านบาท

เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเบี้ยความพิการสำหรับคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ

 

3. ดำเนินโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่วงเงิน 1,642 ล้านบาท

สำหรับการลงทะเบียนรอบใหม่เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการระบุตัวผู้มีรายได้น้อย

เป็นกลุ่มตกหล่นที่ไม่สามารถเข้าถึงไม่ผ่านคุณสมบัติผู้มีรายได้น้อยในรอบที่แล้ว

4. การจัดสรรสวัสดิการให้แก่ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ วงเงิน 4,530.66 ล้านบาท

คาดว่าการปรับลงทะเบียนรอบใหม่จะทำให้ผู้มีรายได้น้อยได้เข้าถึงสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มมากขึ้น

และครอบคลุมผู้ตกหล่น และจะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ครม. อนุมัติครั้งนี้

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

 

 

แอปพลิเคชันห้าให้มันนี่ ไปเป็น ฟินนิกซ์
กำลังคิดจะสมัครยืมเงินกับฟินนิกซ์ ลองไปชมเพิ่มเติมเลย

จุดเด่น ฟินนิกซ์

สมัครเองในแอปได้ทุกวัน ทุกที่ ตลอด 24 ชั่วโมง

หมุนเงินไม่สะดุด วงเงินอนุมัติสูงสุด 100,000 บาท

ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน ไม่ต้องส่งสเตทเม้นต์

เลือกจ่ายขั้นต่ำ ผ่อนจ่าย หรือจ่ายโปะได้เลยตามใจ

ไม่ต้องโอนมัดจำ ไม่ต้องค้ำประกัน ไม่มีค่าสมัคร

ดอกเบี้ยต่ำแค่พันละ 0.9 บาทต่อเดือน หรือ 2.75%/เดือน (33% ต่อปี)

อนุมัติปั๊บรับเงินเข้าบัญชีไวสุดใน 5 นาที

รายละเอียดการสมัคร

คุณสมบัติผู้กู้

มีแอปพลิเคชัน SCB EASY เพื่อยืนยันตัวตน

มีอายุระหว่าง 20-60 ปี

สมัครได้ทุกอาชีพทั้งรับจ้าง พนักงานประจำ พ่อค้าแม่ค้า

รายได้ต่อเดือน 8,000 บ. ขึ้นไป

มือถือสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป

มีบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารไทยพาณิชย์

ผู้ที่สนใจกู้เงินผ่านฟินนิกซ์ สามารถดาวน์โหลดแอพได้แล้วที่

กูเกิ้ลเพลย์สโตร์ โดยใช้งานได้ทุกเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ดีแทค ทรู ais แต่ยังไม่รองรับการใช้งานผ่านระบบ iOS

ศูนย์บริการลูกค้า บริษัทมันนิกซ์ 0-2329-5956 ในวันจันทร์-ศุกร์ (9:00 น. – 18:00 น.)

และวันเสาร์ (9:00 น. – 12:00 น.) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

Facebook Comments Box